วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

กินอาหารเพื่อบำรุงสมอง



กินอาหารเพื่อบำรุงสมอง (vitamins for the brain) ดังนี้

วิตามินบี 1

 อาหารที่มีวิตามินบี 1, ได้แก่ ข้าวซึ่งไม่ขัดขาวทุกชนิด ถั่วลิสง ผักทุกชนิด นม ยีสต์ และปลา. วิตามินบี 1 ไม่ได้ช่วยบำรุงสมองอย่างเดียว แต่ยังช่วยทำให้ร่างกายทั้งหมดมีพละกำลังแข็งแรงด้วย

วิตามินบี 2
อาหารที่มีวิตามินบี 2,ได้แก่ ยีสต์ เนยแข็ง ผักใบเขียว ปลา
วิตามินบี 6
อาหารที่มีวิตามินบี 6, ได้แก่ ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าว แคนตาลูป กะหล่ำปลี
วิตามินบี 12
อาหารที่มีวิตามินบี 12,ได้แก่ เนยแข็ง ปลา
Inositol and Choline
ได้จากผักใบเขียว, ยีสต์ ,จมูกข้าว, ถั่วเหลือง, ถั่วดำ, ถั่วแดง ,แคนตาลูป, ส้มโอ,องุ่นแห้ง, ถั่วลิสง, และกะหล่ำปลี
เลซิทิน ( Lecithin )
มีในถั่วเหลือง ข้าวโพด ถ้าคุณอยากจะกินเป็นเม็ด ซึ่งมักจะทำเป็นแคปซูลขนาดประมาณ 1,200 มิลลิกรัมให้กินวันละ 1 เม็ด
โพแทสเซียม (Potassium)
อาหารที่มีโพแทสเซียม ได้แก่ ผลไม้ซึ่งมีรสเปรี้ยว, แคนตาลูป, ฟัก ,น้ำมะเขือเทศ, ผักใบเขียว, สะระแหน่, เมล็ดทานตะวัน, กล้วย และมันฝรั่ง
กำมะถัน (Sulfur)
อาหารที่มีกำมะถัน ได้แก่ ถั่วแดง, ถั่วดำ, ถั่วเหลือง, ปลา, ไข่ และกะหล่ำปลี
 
 

สังกะสี ( Zinc)

อาหารที่มีสังกะสี ได้แก่ จมูกข้าว เมล็ดฟักทอง ยีสต์ มัสตาร์ดผง ธาตุสังกะสีเป็นสารสำคัญของร่างกาย จึงอยากจะแนะนำให้กินชนิดเป็นเม็ด 50 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด
นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการกินอาหารเพื่อเพิ่มพลังสมอง ดังนี้
1. จิบน้ำตลอดทั้งวัน
สมองคือการรวมตัวของกลุ่มเซลล์กลุ่มใหญ่ มีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 70-80 เปอร์เซนต์ ทำงานด้วยการส่งผ่านข้อมูลโดยเส้นใยของสมองที่งอกออกมาจากเซลล์ ถ้าขาดน้ำ ขนาดของเส้นใยก็จะหดเล็กลง ทำให้การส่งข้อมูลทำได้ช้า " น้ำจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับสมอง หากแต่ละวันดื่มน้ำน้อย จะทำให้เกิดสภาวะการขาดน้ำในเซลล์ส่งผลให้การทำงานของสมองลดประสิทธิภาพลง”
2. จำกัดปริมาณอาหารสมองมีน้ำหนักประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย แต่ต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงสมองประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายที่อ้วนเกินไปจึงไม่ใช่ร่างกายที่ดี เพราะนอกจากจะทำให้อวัยวะอื่นๆทำงานได้ช้าลงแล้ว เรายังต้องแบ่งออกซิเจนไปเลี้ยงไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย
3. ไม่กินน้ำตาลทรายขาวน้ำตาลทรายขาวจัดเป็นกลูโคสโมเลกุลเดี่ยว ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมง่าย จึงนำไปใช้งานได้เร็วมาก ซึ่งความเร็วไม่ได้หมายความว่าดี เพราะเมื่อดูดซึมได้ทันที ก็ใช้หมดเร็ว ก็ไม่มีความเสถียร เราจึงต้องคอยเติมน้ำตาลเข้าไปใหม่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน หากเราได้กลูโคสจากอาหารที่มีเส้นใย ร่างกายจะย่อยได้ช้าลงแล้วค่อยๆ ดูดซึม ทำให้มีความเสถียรมากกว่า ดังนั้นไม่ควรรับประทาน้ำตาลทรายขาว ควรรับประทานน้ำตาลอ้อยแทน
4.จัดสมดุลของสารอาหารสมองประกอบด้วยน้ำ  ไขมันและโปรตีน นอกจากน้ำแล้วเรายังต้องกินไขมันที่ดี เพื่อส่งเสริมให้สมองสร้างเส้นใยใหม่ได้ ไขมันที่ดี ได้แก่ น้ำมันมะกอก ซึ่งคุณสามารถหยดน้ำมันมะกอกใส่ลงไปในอาหารในแต่ละมื้อของคุณ และกินวิตามินเมล็ดแฟลกซ์ Flax seed เสริมด้วย ส่วนอาหารที่มีโปรตีนได้แก่ น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ เนื้อสัตว์ ปลา และนอกจากนี้ในแต่ละวันคุณควรกินผักและผลไม้ให้เยอะๆ เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ให้แกร่างกายคุณ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น